แพนด้าน้อยพัฒนาการดี ดูดนม หลินฮุ่ย เสียงดัง

Tagged Under : , ,


แนบชิด : ความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างหลินฮุ่ยกับแพนด้าน้อย ซึ่งเมื่อวันเสาร์ที่ 20 มิถุนายนมีรายงานว่า มีประชาชนแห่แหนกันไปชมหมีแพนด้าที่สวนสัตว์เชียงใหม่จนแน่นขนัด (ล่าง) ที่จ.สุรินทร์ ชาวบ้านยังคงไปเยี่ยมช้างพังกำไลกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีอาการดีขึ้นและมีแนวโน้มว่าจะหายเป็นปกติ

เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน สพญ.กรรณิการ์ นิ่มตระกูล สัตว์แพทย์ประจำตัวแพนด้า เปิดเผยว่าสุขภาพร่างกายของหลินฮุ่ย และแพนด้าน้อย มีสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ดีทุกประการ ส่วนหลินฮุ่ย ยังกินอาหารที่เหมือนตอนช่วงคลอดใหม่ ๆ คือกินไผ่และอาหารอื่นเพียงวันละ 2 กิโลกรัมเท่านั้น ส่วนเต้านมยังคงมีน้ำนมไหลทั้ง 4 เต้า น้ำนมมีสีข้นและมีปริมาณสารอาหารที่ครบ ส่วนตัวลูกน้อย นั้นกินนมมากกว่าเดิม และดูดนมเสียงดัง โดยกินตลอดช่วงเย็นจนถึงกลางคืน แต่ช่วงกลางวันจะไม่กิน สลับกับการนอน เชื่อว่าน้ำหนักตัวลูกแพนด้าน้อยน่าจะเกิน 1 กิโลกรัม เพราะดูได้จากรูปร่างที่ใหญ่ขึ้น และเวลาหลินฮุ่ย คาบไปมา จะคาบแค่ครึ่งตัว และใช้มือในการช่วยประคอง ส่วนสีขนของลูกแพนน้อยมีลักษณะที่เข้มขึ้นมากขึ้น ด้วยสีดำขาวสลับกันไป ใบหูและวงรอบดวงตาเด่นชัดมากยิ่งขึ้น ขณะนี้ทางทีมงานวิจัย ได้ทำการบันทึกพฤติกรรมการกินนมของลูกไว้เพื่อจะได้ทราบว่าการกินนมสัมพันธ์กับน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นหรือไม่อย่างไร

ด้านนายธนภัทร พงษ์ภมร ผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่ เปิดเผยว่าหลังจากที่มีการประชุมกับคณะกรรมการของจังหวัดและหน่วยงานอื่นๆอีกหลายหน่วยงานก็มีความสมบูรณ์แบบในการจัดงาน “สู่ข้าวเอาขวัญแพนด้าน้อย” ซึ่งรูปแบบงานในวันที่ 4 กรกฎาคม จะมีการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับหมีแพนด้า และสัตว์หายาก การจัดฉายภาพยนต์ การแสดงจากนักเรียนโรงเรียนต่างๆ การเดินพาเหรดของขบวนสัตว์ป่า การโชว์มาสคอต การให้เข้าชมลูกหมีตัวเป็นๆ และการแสดงอื่นๆอีกมากมาย

ผอ.สวนสัตว์เชียงใหม่ เปิดเผยต่อว่า สำหรับในวันที่ 5 กรากฎาคม จะมีการตั้งขบวนแห่จากสี่แยกภูเขา เดินขบวนมาจนถึงสวนสัตว์เชียงใหม่ระยะทางกว่า 3 กิโลเมตร มีหน่วยงานในจังหวัดเชียงใหม่ร่วมจัดขบวนแห่เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองให้แก่ลูกแพนด้า ขณะที่ในวันที่ 6 กรกฎาคมจะใช้รูปแบบในการจัดงานเช่นเดียวกับวันที่ 4 กรกฎาคม

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดเชียงใหม่ว่า บุคคลที่ให้คำปรึกษาในเรื่องเกี่ยวกับการจัดงานเฉลิมฉลองลูกหมีแพนด้า และตั้งชื่อวันดังกล่าวว่า “สู่ข้าวเอาขวัญแพนด้าน้อย” ได้เสียชีวิตอย่างสงบแล้วเมื่อเวลา 03.29 น.ของวันที่ 20 มิถุนายน คือ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ มณี พยอมยงค์ อายุ 79 ปี ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ปี 2549 และเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านประเพณีวัฒนธรรมล้านนาโบราณ ได้ถึงแก่กรรมลงที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ หลังจากที่เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ด้วยโรคเบาหวานและโรคไตวายและติดเชื้อในกระแสเลือด โดยพิธีกรรมสุดท้ายทางจังหวัดเชียงใหม่ได้ขอให้เป็นเจ้าพิธีกรรมพิธีสู่ข้าวเอาขวัญแพนด้าน้อย ที่จะมีขึ้นในวันที่ 4-5-6 กรกฎาคม แต่ได้ล้มป่วยลงเสียก่อน และเสียชีวิตลงถือเป็นการสูญเสียบุคลากรที่ทรงคุณค่าของแผ่นดินล้านนาครั้งยิ่งใหญ่

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่สวนสัตว์เชียงใหม่ ซึ่งตรงกับวันหยุดราชการ ปรากกฏว่าตลอดทั้งวันที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยชาวต่างประเทศเดินทางมาเที่ยวชมความน่ารักน่าเอ็นดูของเจ้าหมีแพนด้าทั้งช่วงช่วง หลินฮุ่ย และลูกน้อย กันมากกว่า 5,000 คน โดยเฉพาะองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานีได้นำประชาชนมาเที่ยวจำนวนกว่า 600 คน ทำให้ส่วนจัดแสดงหมีแพนด้าแออัดไปอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งแม้ทุกคนจะได้ชมความน่ารักของหลินฮุ่ย ที่เลี้ยงลูกน้อยผ่านกล้องทีวีวงจรปิด แต่ก็สร้างความประทับใจให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก

ด้านความคืบหน้าอาการป่วยของพังกำไล ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดสุรินทร์ว่า ที่รักษาคณะสัตวแพทย์ได้นำผลไม้ มาให้พังกำไลกินสลับกับต้นกล้วยและหญ้า เพื่อให้พังกำไลได้รับวิตามินจากพืชผลไม้หลายชนิดที่แตกต่างกัน เพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์มากที่สุด และเป็นการเสริมพลังงานอีกทาง นอกเหนือจากที่ได้รับอาหารเสริมโปรตีนและคาร์โบไฮเดต วิตามินซีเข้มข้นรวมทั้งวิตามินบีรวม ที่ใช้ป้อนผสมกับอาหารรวมถึงการเสริมธาตุเหล็กแก่ร่างกาย

โดยพังกำไลเงินมีอาการดีขึ้นตามลำดับ ตอบสนองกับสิ่งแวดล้อมได้ดี แผลต่างๆเริ่มแห้งและไม่น่าเป็นห่วง หลังจากล่าสุดพบแคลเซียมเริ่มก่อตัวเกาะจับบริเวณกระดูกที่หักบ้างแล้ว ซึ่งคาดว่าจะต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนจึงจะสามารถรักษากระดูกพังกำไลให้หายเป็นปรกติได้

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ช่วงกลางวันเจ้าหน้าที่ได้นำพัดลมไอน้ำมาพัดเป่าให้กับพังกำไลเพื่อคลายร้อน และเพื่อให้พังกำไลได้พักผ่อนเต็มที่ ในขณะที่ยังคงมีประชาชนเดินทางมาเยี่ยมให้กำลังใจพังกำไลอย่างต่อเนื่อง

ที่มา แนวหน้า วันที่ 21/6/2009

หัวข้อที่ใกล้เคียงกัน

Post a comment