การเงินสถาบันเกษตรกรชายแดนใต้ดีขึ้น

Tagged Under : , , , , , , , , , , , ,


หลังพึ่งพาการรวมกลุ่มดำเนินธุรกิจ…

นายอนันต์ ภู่สิทธิกุล อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เปิดเผยว่า เมื่อเปรียบเทียบภาวะเศรษฐกิจทางการเงินสถาบันเกษตรกรใน 5 จังหวัดชายแดนใต้ (สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส) ช่วงวิกฤติ ปี 2549-2551 ในส่วนของรายได้ ค่าใช้จ่าย และกำไรพบว่า สถาบันเกษตรกร มีรายได้รวมเพิ่มขึ้นจำนวน 6,585.30 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 62.24 รายจ่ายรวม 6,200.59 ล้านบาทในปี 2551 กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจำนวน 384.71 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 44.00 ส่วนเงินออมสถาบันเกษตรกรมีเงินออมเฉลี่ยต่อคนเพิ่มขึ้น 10,642 บาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 17.90 จาก 59,442 บาท เป็น 70,083 บาท และมีหนี้สินเฉลี่ยต่อคนเพิ่มขึ้น 1,299 บาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.84 จาก 70,799 บาท เป็น 72,098 บาทในปี 2551 นอกจากนี้การควบคุมภายในของสถาบันเกษตรกรที่ผ่านมา มีการพัฒนาคุณภาพการควบคุมภายในดีขึ้น ระดับพอใช้เพิ่มขึ้นร้อยละ 20.08 และระดับควรปรับปรุงลดลงร้อยละ 17.41

นายอนันต์ กล่าวว่า กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ได้กำหนด 3 มาตรการหลัก การรวมกลุ่มและการดำเนินธุรกิจกลุ่มผ่านกลไกสถาบันเกษตรกร ปี 52-53 ภายใต้ข้อจำกัด ประกอบด้วยมาตรการที่ 1 ด้านกลไกจำเป็นต้องเน้นการกำกับดูแลสถาบันสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร เพื่อเร่งรัดและกำกับการตรวจสอบบัญชีตามเป้าหมาย การจัดการกรณีตรวจสอบบัญชีไม่ได้ การแก้ไขข้อบกพร่องข้อร้องเรียนและความร่วมมือผู้ตรวจสอบกิจการ มาตรการที่ 2 การนำร่องสร้างสหกรณ์ต้นแบบ เพื่อผลักดันและสนับสนุนการสร้างวินัยการสหกรณ์และวินัยทางการเงินของสมาชิก และมาตรการที่ 3 ร่วมมือกับสถาบันเกษตรกรสร้างความเข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้ ใน 7 ประเด็น ได้แก่ การสร้างมาตรฐานการบัญชีสถาบัน (Audit/Account) การสร้างเครื่องมือสารสนเทศ (IT/เตือนภัย) การสร้างความร่วมมือผู้ตรวจสอบกิจการ ผู้สอบบัญชี และสหกรณ์ (WWR) การสร้างภูมิปัญญาทางบัญชีสมาชิก การสร้างเครือข่ายธุรกิจวิสาหกิจชุมชน การสร้างความสนใจเกษตรกรรุ่นใหม่(นักเรียน) การสร้างอาสาสมัครและครูบัญชีอาสา ซึ่งทั้ง 3 มาตรการนี้จะเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งช่วยธุรกิจสถาบันเกษตรกรได้ในอนาคต.

ที่มา เดลินิวส์ .com

หัวข้อที่ใกล้เคียงกัน

Post a comment