เตือนภัยแก๊งต้มตุ๋น แอบอ้างตั้งบริษัทขายตั๋วเครื่องบินรอบโลกในห้างดัง อาจารย์ รร.เอกชนตกเป็นเหยื่อ ซื้อตั๋วการบินไทยไปฝรั่งเศส ถูกหลอกออกเอกสารปลอม โทรติดต่อขอเงินคืน บ่ายเบี่ยง สุดท้ายปิดบริษัทเผ่นหนี เผยมีผู้ตกเป็นเหยื่ออื้อ
ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (27 ก.ค.) ว่า ที่ สำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เมื่อเวลา 16.00น. วานนี้ นางสาวพุทธิพร กมลสินธุ์ อายุ 38 ปี พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง เข้าร้องเรียนต่อผู้สื่อข่าวแทน นางสาวนิลุบล กมลสินธุ์ อายุ 43 ปี พี่สาว ผู้ช่วยอาจารย์ ทำงานในห้องทดลองของโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งว่า นางสาวนิลุบลถูกห้างหุ้นส่วนจำกัด ไทยอินเตอร์ ทราเวล ตัวแทนขายตั๋วเครื่องบินทั่วโลก หรือดีลเลอร์ หลอกขายตั๋วเครื่องบินปลอมให้แล้วเชิดเงินปิดบริษัทเผ่นหนี
นางสาวพุทธิพรให้รายละเอียดว่า เมื่อวันที่ 25 เม.ย. พี่สาวได้ซื้อตั๋วเครื่องบินกับ ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) ไทยอินเตอร์ ทราเวล ตั้งบริษัทอยู่ในห้างเทสโก้-โลตัส สาขาสุขาภิบาล 1 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อจะเดินทางไปประเทศฝรั่งเศส เนื่องจากหน้าบริษัทติดป้ายสัญลักษณ์ของสายการบินไทยน่าเชื่อถือ โดยซื้อตั๋วเครื่องบินของสายการบินไทย ชั้น Economy class เดินทางจากกรุงเทพฯ-ฝรั่งเศส เที่ยวบินที่ TG 931 ออกเดินทางจากกรุงเทพฯเวลา 00.05 น. วันที่ 9 ก.ค.2552 จ่ายเงินสดค่าตั๋วเครื่องบินไปทั้งสิ้น 35,100 บาท พนักงานบริษัทได้ออกใบเสร็จกับเอกสารการจองตั๋วเครื่องบินหรือ E-Ticket เพื่อให้ไปรับตั๋วเครื่องบินได้ที่เคาน์เตอร์การบินไทย สนามบินสุวรรณภูมิ ในวันเดินทาง
น้องสาวผู้เสียหาย กล่าวต่อว่า เมื่อถึงวันออกเดินทางตามที่ซื้อตั๋ว พนักงานของ หจก.ไทยอินเตอร์ฯได้โทรศัพท์มาแจ้งกับพี่สาวว่าขอเลื่อนการเดินทางดังกล่าว ออกไปก่อนหนึ่งวัน อ้างว่ามีผู้โดยสารจำเป็นจะต้องเดินทางเที่ยวบินดังกล่าวอย่างเร่งด่วน พร้อมกับเสนอเงื่อนไขพิเศษว่ายินดีจะเปลี่ยนที่นั่งจากชั้น Economy class เป็น Business Class ให้ พี่สาวก็ยินยอมตกลงรับเงื่อนไขเลื่อนวันเดินทางออกไปอีก 1 วัน แต่เมื่อถึงวันที่ 10 ก.ค. จะต้องเดินทาง พนักงาน หจก.ไทยอินเตอร์ฯกลับโทรศัพท์มาขอเลื่อนออกไปอีก 1 วัน พี่สาวไม่ตกลง เนื่องจากจะต้องรีบพาสามีชาวฝรั่งเศสกลับไปรักษาดวงตาที่บ้านเกิดตามแพทย์ นัด จากนั้นเดินทางไปขึ้นเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิ ปรากฏว่าเมื่อยื่น E-Ticket ให้พนักงานการบินไทยตรวจสอบพบว่าเป็นของปลอม เมื่อตรวจสอบรายการจองตั๋วเครื่องบิน พบว่ามีการจองที่นั่งโดยใช้ชื่อของ นางสาวนิลุบลจริง โดยห้างหุ้นส่วนดังกล่าวเป็นผู้สั่งจอง แต่ไม่ได้มีการชำระเงิน สายการบินไทยจึงขายที่นั่งดังกล่าวให้ผู้โดยสารคนอื่นไปแล้ว พี่สาวจึงรู้ว่าถูกหลอก
นางสาวพุทธิพรน้องสาวเหยื่อต้มตุ๋นกล่าวต่ออีกว่า หลังจากนั้น นางสาวนิลุบลพี่สาวได้พยายามติดต่อกับพนักงานของบริษัทที่จำหน่ายตั๋วให้ระบุ ชื่อในนามบัตรว่านายวิศรุต อินวราทร ได้รับคำชี้แจงว่าจะชดใช้ค่าเสียหายให้ พร้อมกับนัดไปพบที่ห้างหุ้นส่วนในห้างเทสโก้-โลตัส สาขาสุขาภิบาล 1 หลายครั้ง แต่ก็ไม่เคยได้พบตัวนายวิศรุต หรือเป้ แม้แต่ครั้งเดียว อ้างว่าติดธุระข้างนอกบ้าง จะไปเจรจากับผู้บริหารของบริษัทบ้าง มีเพียงพนักงานคอยต้อนรับเท่านั้นที่คอยรับหน้า เมื่อลองตรวจสอบข้อมูลของห้างหุ้นส่วนไทยอินเตอร์ทราเวลดังกล่าว พบว่ามีนายสมยศ พันธุ์รัตน์ และ นางสาวชนัดดา เล้าศิลปไพศาล เป็นผู้ถือหุ้นเพียง 2 คน และยังมีอีกสาขาหนึ่งตั้งอยู่ที่ห้างเทสโก้-โลตัส สาขาปิ่นเกล้า เมื่อโทรศัพท์ไปสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น ได้รับคำตอบจากพนักงานว่ายินดีจะชดใช้ค่าเสียหาย และโอนเงินเข้าบัญชีให้ในวันที่ 14 ก.ค.ที่ผ่านมา แต่เมื่อถึงวันจริงก็ไม่มีการโอนเงินให้ โทรศัพท์ไปสอบถามพนักงานก็พยายามบ่ายเบี่ยงให้รอไปก่อน จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สน.โคกคราม
ต่อมาได้ รับการติดต่อจากนายวิศรุต นัดให้ไปพบที่ห้างหุ้นส่วนในห้างเทสโก้โลตัส สุขาภิบาล 1 ในวันที่ 24 ก.ค. เพื่อตกลงจ่ายค่าชดเชยให้ 1 แสนบาท แต่เมื่อไปถึง กลับพบว่าบริษัทดังกล่าวปิดไปเรียบร้อยแล้ว โดยมีผู้เสียหายอีก 2 ราย ตกเป็นเหยื่อถูกหลอกในลักษณะเดียวกัน คนแรกจ่ายเงินไป 130,000 บาท อีกคน 54,000 บาท เมื่อโทรศัพท์ติดต่อไปที่สาขาปิ่นเกล้า ก็พบว่าปิดบริษัทไปแล้วเช่นเดียวกัน และไม่สามารถติดต่อนายวิศรุตได้อีกเลยนับตั้งแต่นั้นมา จากการสอบถามห้างเทสโก้โลตัส ได้รับ คำชี้แจงว่าทางห้างเป็นผู้ให้เช่าพื้นที่เท่านั้น และบริษัทดังกล่าวก็ติดค้างค่าเช่าพื้นที่อยู่ถึง 4 เดือน นอกจากนี้ มีผู้เสียหายร้องเรียนกับห้างรวมทั้งสิ้น 7 รายแล้ว รวมมูลค่าหลายแสนบาท
น้อง สาวเหยื่อต้มตุ๋นกล่าวด้วยว่า เชื่อว่ายังมีผู้เสียหายตกเป็นเหยื่ออีกจำนวนมาก และแก๊งต้มตุ๋นรายนี้ยังลอยนวล อาจจะไปเช่าพื้นที่เปิดจำหน่ายตั๋วเครื่องบินที่ใดที่หนึ่งหลอกต้มตุ๋นอีกก็ เป็นได้ จึงอยากให้ “ไทยรัฐ”เปิดโปงพฤติการณ์ ของมิจฉาชีพพวกนี้ ประชาชนจะได้ระมัดระวังตัวไม่ตกเป็นเหยื่ออย่างเช่นพี่สาว
ที่มา thairath