จับอดีตบอลทีมชาติ ค้ายาไอซ์ ทำมา 3 หนแล้ว
Tagged Under : ขอนแก่น, ดำเนินคดี, ตำรวจ, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, นักฟุตบอลทีมชาติ, ประตู, ผิดกฎหมาย, ฟุตบอล, ยาเสพติด, ยาไอซ์, รถยนต์, แพร่ระบาด, โทรศัพท์มือถือ
ตำรวจภูธรภาค 4 วางแผนล่อซื้อจับกุมอดีตนักฟุตบอลทีมชาติ ณรงค์ พรไพบูลย์ ลอบจำหน่ายยาไอซ์ พร้อมของกลาง ขณะที่เจ้าตัวรับ ทำมาแล้ว 3 ครั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (27 ก.ค.) ว่า วานนี้ พ.ต.อ.จตุพล ปานรักษา รอง ผบก.ศสส.ภ.4 พ.ต.อ.ยรรยง เวชโอสถ ผกก.กลุ่มงานสืบสวน ศสส.ภ.4 ร.ต.อ.ภาสกร หินเธาว์ สว.กลุ่มงานสืบสวนฯ พร้อมด้วยตำรวจหลายนาย แถลงข่าวจับกุมนายณรงค์ หรือ เจมส์ พรไพบูลย์ อายุ 44 ปี อดีตนักฟุตบอลทีมชาติ อยู่บ้านเลขที่ 227/7 ตรอกวัดสังข์กระจาย แขวงวัดท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ พร้อมของกลางยาไอซ์ บรรจุในถุงพลาสติกใส 38 ถุง น้ำหนัก 38 กรัม รถยนต์กระบะสี่ประตู ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นไททัน สีเทาดำ ทะเบียน กข-4210 หนองบัวลำภู โทรศัพท์มือถือยี่ห้อซัมซุง 1 เครื่อง บัตรเอทีเอ็มธนาคารกรุงศรีอยุธยา 1 ใบ สมุดบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงศรีอยุธยา ประเภทออมทรัพย์ สาขาหนองบัวลำภู 1 เล่ม เอกสารเกี่ยวกับรถยนต์ ทะเบียน กข-4210 หนองบัวลำภู 1 ชุด
พ.ต.อ.ยรรยง กล่าวว่า ขณะนี้ สถานการณ์ยาเสพติด กำลังแพร่ระบาดอย่างมาก ในพื้นที่ภาค 4 โดยเฉพาะในเมืองขอนแก่น ซึ่งมีการระบาดหนักของยาไอซ์อย่างหนัก ขณะเดียวกัน การปราบปรามจับกุมดำเนินคดี เกี่ยวกับผู้ค้ายาเสพติดประเภทยาไอซ์ ทำได้ยาก เพราะมีมูลค่าและราคา สูงกว่ายาเสพติดชนิดอื่น การแพร่หลายจึงอยู่ในเฉพาะกลุ่มผู้เสพ ที่มีฐานะทางการเงินดี และมีชื่อเสียงในวงสังคม ซึ่งทำให้ยากต่อการสืบสวนจับกุม ดังนั้น ศสส.ภ.4 จึงมอบหมายให้ ร.ต.อ.ภาสกร พร้อมตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 1 ออกสืบสวนหาข่าว เพื่อเกาะติดกลุ่มนักค้ายาเสพติด ภายในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 4 กระทั่งสืบทราบว่า ผู้ลักลอบนำยาไอซ์มาขาย ในเมืองขอนแก่น คือ นายณรงค์ ซึ่งปัจจุบันเลิกเตะฟุตบอลแล้ว แต่หันมาขายยาเสพติด และทำกิจการผ้าม่าน ในเมืองหนองบัวลำภูเป็นการบังหน้า จึงวางแผนจับกุมดังกล่าว
ด้าน ร.ต.อ.ภาสกร กล่าวว่า ได้ติดตามพฤติกรรมของนายณรงค์ นานหลายเดือน จนแน่ใจว่านายณรงค์คือพ่อค้ายาไอซ์ จึงวางแผนให้สายโทรศัพท์สั่งซื้อยาไอซ์ 37 ถุง น้ำหนักประมาณ 37 กรัม ในราคา 100,000 บาท นัดหมายส่งมอบและรับเงิน ภายในซอยมิตรภาพ 14 ถนนมิตรภาพบ้านสามเหลี่ยม ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น เมื่อถึงเวลานัด สายและตำรวจนอกเครื่องแบบ ได้เดินทางไปที่ซอยดังกล่าว เมื่อไปถึงพบนายณรงค์จอดรถอยู่ก่อนแล้ว ตำรวจจึงแสดงตัวขอตรวจค้น ปรากฏว่าพบยาไอซ์บรรจุในถุงพลาสติกใส 37 ถุง ซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อแขนยาวสีดำด้านขวา ที่นายณรงค์ใส่ และเมื่อตรวจค้นภายในรถยนต์ พบยาไอซ์อีก 1 ถุง ซ่อนในกระเป๋าถือสีดำ วางอยู่ในรถ จึงควบคุมตัวนายณรงค์ พร้อมของกลางทั้งหมด
จากการสอบสวนนายณรงค์ ทราบว่า ยาไอซ์ทั้งหมด ซื้อมาจากนายจอม นายเหว่า และนายแดง ซึ่งเป็นญาติกัน ที่ซอยวัดหงส์ กรุงเทพฯ ในราคา 80,500 บาท เพื่อนำมาขายให้ลูกค้าในเมืองขอนแก่น ราคา 100,000 บาท โดยก่อนหน้านี้ ได้นำยาไอซ์มาขายให้ลูกค้าในเมืองขอนแก่นแล้ว 3 ครั้ง รวมประมาณ 40 กรัม เป็นเงินประมาณ 120,000 บาท ครั้งล่าสุด ได้นำมา 38 ถุง
ด้านนายณรงค์ กล่าวว่า เคยเป็นนักฟุตบอลทีมท่าเรือ เมื่อปี 2534 และเคยได้รับรางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยม จากนั้นในปี 2535-2536 ติดทีมชาติในตำแหน่งกองกลาง รุ่นเดียวกับนที ทองสุขแก้ว ชัยยงค์ ขำเปี่ยม ส่งเสริม มาเพิ่ม ทั้งยังได้ไปเตะฟุตบอล ในกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ที่ญี่ปุ่น จากนั้นย้ายไปอยู่สโมสรคิชชี่ ของฮ่องกง รับค่าตัวเดือนละ 1 หมื่นเหรียญ แต่รู้สึกเบื่อ จึงลาออกกลับมาอยู่ประเทศไทย โดยสมัครเข้าทำงาน ที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ อยู่หลายปี จึงลาออกมาทำธุรกิจผ้าม่าน ที่ จ.หนองบัวลำภู จนถึงปัจจุบัน
นายณรงค์ กล่าวต่อว่า ส่วนสาเหตุที่หันมาค้ายาเสพติด เพราะเคยเสพยาบ้า และต่อมาเสพยาไอซ์ ญาติจึงแนะนำให้ขายยาไอซ์ ตนจึงมาหาลูกค้าในเมืองขอนแก่น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนฐานะดี และมีชื่อเสียง โดยขายยาไอซ์ในราคาจีละ 3,500 บาท แต่ลูกค้าจะสั่งซื้อครั้งละ 10-20 จี ราคา 35,000-70,000 บาท และขายเฉพาะเงินสดเท่านั้น เมื่อขายหมด จะขับรถไปรับยาไอซ์กับญาติ ที่กรุงเทพฯ ทั้งนี้ ตำรวจควบคุมตัวนายณรงค์ พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น เพื่อดำเนินคดี ในข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครอง เพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย
ที่มา thairath